ความเป็นมาของโครงการศึกษาวิจัย
ความเป็นมาของโครงการศึกษาวิจัย
เพลงไทยสากลเกิดขึ้นในประเทศไทยหลังจากที่ชาวตะวันตกนำเอาเครื่องดนตรีสากล และเพลงสากลเข้ามา เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศาสนา และการทหารก่อน ต่อมาก็เผยแพร่ออกไปสู่คนไทยในวงกว้าง มีการซึมซับเพลงแบบสากล เรียนรู้การเล่นดนตรีสากล การเรียบเรียงเสียงประสานเพลงแบบสากล นำไปสู่การแต่งเพลงไทยแบบสากลในที่สุด ก่อนหน้านั้นคนไทยรู้จักเพลงไทยเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพลงไทยเดิม (ต่อไปนี้จะเรียกว่าเพลงไทย) มีการบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีไทย เรียบเรียงเสียงประสานแบบไทย และขับร้องแบบไทย เมื่อเริ่มมีการแต่งเพลงไทยสากล มักจะเริ่มต้นด้วยการนำเอาเพลงไทยมาบรรเลงและเรียบเรียงเสียงประสานโดยใช้มาตรฐานของโน้ตเพลงแบบสากล การขับร้องแม้จะขับร้องด้วยภาษาไทย แต่ก็ใช้วิธีการขับร้องแบบสากล
เพลงไทยสากลก็ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น จากการที่มีละครเวที ละครวิทยุ มีภาพยนตร์ นำเอาเพลงไทยสากลมาใช้ประกอบการแสดง ทั้งในละครหรือภาพยนตร์โดยตรง และการขับร้องหน้าม่านก่อนและในระหว่างการแสดงละคร หรือภาพยนตร์ มีการขับร้องเพลงไทยสากลบันทึกเสียงลงแผ่นเสียง ทำให้มีนักแต่งเพลงเพิ่มขึ้น มีนักร้องเพลงไทยสากลมากขึ้น และมีวงดนตรีไทยสากลเกิดขึ้นมากมาย
พัฒนาการของเพลงไทยสากลมีความเกี่ยวข้องกับเพลงไทย โดยอาจเรียกได้ว่าเพลงไทยสากลในระยะแรกเริ่มมีพื้นฐานมาจากเพลงไทยก่อน ต่อมาจึงพัฒนาไปสู่การเป็นเพลงไทยสากลโดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับเพลงไทย ในระยะเริ่มแรกของเพลงไทยสากล นักแต่งเพลงที่รู้จักเพลงไทยจะนิยมนำทำนองเพลงไทยมาเรียบเรียงเป็นทำนองเพลงไทยสากลและบรรจุเนื้อร้องลงไปแบบเนื้อเต็ม กลายเป็นเพลงไทยสากลทำนองไทยเดิม (ต่อไปนี้จะเรียกชื่อโดยย่อว่า “เพลงทำนองไทย”) ซึ่งเข้าถึงผู้ฟังที่คุ้นเคยกับเพลงไทยมาก่อนได้เร็ว ทำให้เพลงเป็นที่รู้จักหรือเป็นเพลงดังได้โดยง่ายใน พ.ศ. ๒๔๗๔ มีเพลงทำนองไทยเกิดขึ้น ๖ เพลง คือ เพลงพัดชา เพลงบัวบังใบ เพลงลาวเดินดง เพลงกุหลาบหอม (ขึ้นพลับพลา) เพลงโยสะลัม และเพลงเงี้ยว ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) เป็นผู้แต่งคำร้องในรูปแบบกลอนแปด นำไปขับร้องกับวงดนตรีสากลที่นำเพลงไทยมาบรรเลงแบบเพลงไทยสากล โดยในการขับร้องยังคงมีเอื้อนตามแบบของเพลงไทยอยู่บ้าง เปลี่ยนเสียงเอื้อนเป็นคำร้องบ้าง ใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์พูดเสียงศรีกรุง เรื่อง “หลงทาง”
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๖ มีเพลง “ลาทีกล้วยไม้” ดัดแปลงทำนองมาจากเพลงไทย “มอญกละ” เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” เพลงลาทีกล้วยไม้ เรียบเรียงคำร้องขึ้นใหม่และขับร้องตามแนวเพลงไทยสากล จึงนับเป็นเพลงทำนองไทยเต็มรูปแบบเพลงแรกที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีเพลงทำนองไทยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งในวงการเพลงลูกกรุง เพลง ของวงดนตรีกรมโฆษณาการ และเพลงลูกทุ่ง โดยนักประพันธ์ทำนองเพลงไทยสากลที่มีพื้นฐานด้านดนตรีไทยหรือมีความรู้ความเข้าใจดนตรีไทยมาก่อน ผลงานเพลงทำนองไทยของนักประพันธ์เพลงดังกล่าว มีเพลงที่มีชื่อเสียงโด่งดังจำนวนมาก หลายเพลงยังคงเป็นที่รู้จักอยู่ในปัจจุบัน
การแต่งเพลงทำนองไทยที่เกิดขึ้นมากตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้รับความนิยมสูงสุด ช่วงประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๓๐ จึงค่อย ๆ เสื่อมความนิยมลงไป หากประมาณการจำนวนเพลงทำนองไทยที่มีการขับร้องบันทึกเสียงเผยแพร่ โดยไม่รวมเพลงทำนองเพลงพื้นบ้าน คาดว่ามีจำนวนประมาณ ๑,๘๐๐-๒,๐๐๐ ชื่อเพลง แหล่งข้อมูลเพลงทำนองไทยเพื่อประโยชน์ของการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเพลงทำนองไทยนั้น ที่มีการเผยแพร่แล้ว มีกระจัดกระจายเป็นข้อเขียนอยู่ตามเว็บไซต์บ้าง เช่น ข้อเขียน คำบรรยาย และการจัดรายการเกี่ยวกับเพลงไทยสากลจากอดีต รวมทั้งเพลงไทยสากลที่ได้ทำนองมาจากเพลงไทยแท้หรือเพลงไทยเดิม ของ ศ.นพ.พูนพิศ อมาตยกุล ในห้องสมุดสมเด็จพระเทพรัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล ข้อเขียนเกี่ยวกับเพลงทำนองไทย “ข่าวสารของวิพล นาคพันธ์” ในเว็บโกทูโนว์ มีอยู่ในปริญญานิพนธ์บ้าง เช่น วิทยานิพนธ์ “อิทธิพลของทำนองเพลงมอญที่ปรากฏในเพลงไทยสากล” ของ อาริสา อำภาภัย มหาวิทยาลัยมหิดล และงานวิจัยเรื่อง “ศึกษาวิเคราะห์เพลงไทยสากลที่รับอิทธิพลมาจากเพลงไทยเดิม” ของ วารินทร์ สุภาภรณ์ และนวรัตน์ นักเสียง มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ที่ศึกษาเพลงไทยสากล ๒๖๒ เพลง ซึ่งดัดแปลงมาจากทำนองเพลงไทยเดิมทั้งสิ้น ๘๒ ทำนองเพลง โดยยังไม่พบว่ามีการศึกษาและเรียบเรียงฐานข้อมูลเกี่ยวกับเพลงทำนองไทยไว้ให้เป็นหมวดหมู่และมีจำนวนมากครอบคลุมเพลงทำนองไทยส่วนใหญ่ที่มีการบันทึกเสียงและเผยแพร่แล้ว
คณะผู้วิจัยมีความสนใจศึกษาเพลงทำนองไทย โดยต้องการศึกษาความเป็นมาของเพลง วิเคราะห์ทำนองเพลง ให้ได้ข้อสรุปว่าเพลงนำทำนองหรือดัดแปลงทำนองมาจากเพลงไทยเพลงใด เพื่อเรียบเรียงเป็นสารบบเพลงทำนองไทย ให้เป็นแหล่งความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาพัฒนาการของเพลงไทยสากล รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพลงไทยให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
๑. เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำสารบบเพลงทำนองไทย
๒. เพื่อนำเสนอสารบบเพลงทำนองไทยในรูปแบบของเอกสารและเว็บเพจ
เป้าหมายของการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำสารบบเพลงทำนองไทย
๑. คัดเลือกเพลงทำนองไทยเข้าสารบบจำนวนระหว่าง ๑,๘๐๐-๒,๐๐๐ เพลง
๒. จัดทำหนังสือสารบบเพลงทำนองไทยจำนวน ๒๕ ชุด ชุดละ ๔ เล่ม เล่มละ ๕๐๐ หน้า
๓. จัดทำเว็บเพจเพลงทำนองไทย นำเสนอในระบบออฟไลน์หรือออนไลน์ มีระบบการค้นหาข้อมูลโดยพิมพ์คำค้นหาได้
ขอบเขตการวิจัย
๑. เพลงไทยสากลที่มีเฉพาะทำนอง เป็นเพลงที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้ทรงริเริ่มนิพนธ์เพลงไทยแบบสากลขึ้น โดยวิธีการดัดแปลงทำนองเพลงไทย ให้เป็นแบบสากล และเรียบเรียงเสียงประสานตามแบบเพลงสากล
๒. เพลงไทยสากลประกอบละครร้องหรือละครในรูปแบบต่าง ๆ เพลงประกอบละครร้องในยุคแรกนั้นมักนำเอาทำนองเพลงไทยอัตราจังหวะ ๒ ชั้นหรือชั้นเดียว มาใส่เนื้อร้องเต็ม ไม่มีเอื้อน หรือเอื้อนน้อย ใช้วงดนตรีไทยบรรเลงประกอบการขับร้องเพลง ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการเปลี่ยนแปลงเพลงละครร้องโดยเปลี่ยนจากการใช้ดนตรีไทยบรรเลงประกอบการขับร้องเป็นดนตรีสากล พรานบูรพ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา) เป็นผู้มีผลงานการแต่งเพลงไทยสากลทั้งที่มาจากเพลงไทย และที่แต่งขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก จนได้รับการยกย่องเป็นปรมาจารย์ของเพลงไทยสากล ความนิยมใช้เพลงทำนองไทยประกอบละครในยุคหลัง เช่น ละครเวที ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์ ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการร้องเพลงสลับฉากของละครเวที
๓. เพลงไทยสากลประกอบภาพยนตร์ ใน พ.ศ. ๒๔๗๐ เริ่มมีภาพยนตร์เงียบสร้างโดยคนไทยออกฉาย ต่อมาบริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุงสร้างภาพยนตร์เสียงในฟิล์มออกฉาย โดยบรรจุเพลงไทยแบบสากลลงไปในภาพยนตร์ด้วย ภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “หลงทาง” มีเพลงประกอบที่แต่งขึ้นหลายเพลง โดยใช้เพลงไทยที่ดัดแปลงเป็นเพลงไทยสากล ภาพยนตร์เรื่องปู่โสมเฝ้าทรัพย์ มีเพลงลาทีกล้วยไม้ ทำนองมอญกละ ถือเป็นเพลงทำนองไทยเพลงแรกสุดที่บรรจุเนื้อร้องแบบไทยสากล
๔. เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงโฆษณา เมื่อแรกเกิดเพลงไทยสากลขึ้นนั้น ยังไม่มีการแบ่งแยกเพลงไทยสากลออกเป็นประเภทต่าง ๆ จนกระทั่งมีการแบ่งแยกประเภทของเพลงไทยสากลอย่างไม่เป็นทางการขึ้น โดยเรียกเพลงที่สุเทพ วงศ์กำแหง สวลี ผกาพันธุ์ ขับร้อง ว่าเป็นเพลงผู้ดี และเรียกเพลงที่คำรณ สัมบุณณานนท์ สมยศ ทัศนพันธ์ ขับร้อง ว่าเป็นเพลงตลาด หรือเพลงชีวิต ใน พ.ศ. ๒๕๐๗ ประกอบ ไชยพิพัฒน์ จัดรายการเพลงทางสถานีไทยโทรทัศน์ใช้ชื่อรายการว่า “เพลงลูกทุ่ง” ได้รับความนิยมมาก ทำให้เกิดการแบ่งประเภทเพลงไทยสากลเป็นเพลงลูกกรุงกับเพลงลูกทุ่ง พ.ศ. ๒๕๐๙ มีการจัดงานแผ่นเสียงทองคำพระราชทานขึ้น มีการมอบรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานแยกประเภทเป็นเพลงลูกกรุงและเพลงลูกทุ่งอย่างเป็นทางการ ส่วนเพลงโฆษณานั้น มักเป็นเพลงในแนวลูกทุ่งที่ใช้โฆษณาสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งโฆษณาภาพยนตร์
เพลงลูกกรุงในระยะแรกนิยมนำเอาทำนองไทยมาเรียบเรียงเป็นทำนองเพลงไทยสากล โดยผู้แต่งทำนองเพลงที่มีพื้นฐานทางดนตรีไทย เป็นผู้นำในการเรียบเรียงเพลงทำนองไทยเป็นแบบอย่างให้นักแต่งเพลงทำนองไทยรุ่นต่อ ๆ มา สำหรับเพลงลูกทุ่ง มีความนิยมนำเอาเพลงพื้นบ้านมาเป็นทำนองเพลงลูกทุ่งก่อน ต่อจากนั้นจึงนิยมนำเอาเพลงไทยมาปรับทำนองเป็นเพลงลูกทุ่งเช่นเดียวกับเพลงลูกกรุง
ในปัจจุบัน แม้เพลงไทยสากล โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่งเปลี่ยนแนวไปเป็นเพลงป๊อปร็อก แต่ก็ยังคงมีเพลงทำนองไทยออกมาบ้าง เช่น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ มีอัลบั้มร็อกมโหรีออกเผยแพร่ พ.ศ. ๒๕๖๕ มีเพลงฉันรักเพลงลูกทุ่ง ทำนองลาวดำเนินทราย ขับร้องโดยไรอัล กาจบัณฑิต เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากโดยมียอดเข้าดูในยูทูปมากกว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ ครั้ง
๕. เพลงเด็ก เพลงนักเรียน เพลงลูกเสือ เพลงยุวกาชาด เพลงสถาบัน และเพลงพิธีการต่าง ๆ เพลงเด็กเป็นเพลงสำหรับเด็กที่พัฒนามาจากเพลงกล่อมเด็กก่อน ต่อมาแต่งเพลงสำหรับเด็กขึ้นโดยตรง สำหรับในวงการศึกษามีการคัดเลือกเพลงไทยมาให้นักเรียนขับร้องตามระดับชั้นมานานแล้ว ต่อมามีการแต่งเพลงไทยเนื้อเต็มให้นักเรียนขับร้อง ในกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาดนตรี หรือตามรายการวิทยุโรงเรียน ตัวอย่างเพลงนักเรียนที่เป็นอมตะ เช่น เพลงช้าง ทำนองพม่าเขว สำหรับเพลงลูกเสือและยุวกาชาดเป็นเพลงไทยที่คัดเลือกหรือแต่งให้ลูกเสือ ยุวกาชาด และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ยุวกาชาด ร้องหรือใช้ในพิธีการทางลูกเสือหรือยุวกาชาด เช่น เพลงราชสดุดี ทำนองเทพทองชั้นเดียว เพลงลูกเสือธีรราช ทำนองโยสลัม ใช้ในพิธีการลูกเสือ เป็นต้น เพลงสถาบันเป็นเพลงที่แต่งขึ้นสำหรับให้นักเรียน นักศึกษา ของสถาบันการศึกษาขับร้อง ส่วนเพลงพิธีการเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อใช้ในพิธีการ ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแข่งขันกีฬา เป็นต้น
๖. เพลงสมัยนิยม เป็นเพลงทำนองไทยที่เป็นเพลงตามสมัยนิยมในปัจจุบัน ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเพลงลูกกรุง ลูกทุ่ง ที่นิยมกันอยู่แต่ก่อน ตัวอย่างเพลงสมัยนิยม เช่น เพลงป๊อป เพลงร็อก เป็นต้น
๗. เพลงไทยเนื้อเต็ม (เพลงไทยเดิมเนื้อเต็ม) เป็นเพลงที่เรียบเรียงดนตรีในรูปแบบของเพลงไทย แต่ใช้เนื้อร้องแบบเนื้อเต็มหรือเกือบเต็มทำนอง เพลงไทยบางเพลงในสมัยก่อนอาจจัดเป็นเพลงเนื้อเต็มอยู่แล้ว แต่ภายหลังมีการแต่งทางขับร้องเพลงไทยแบบมีเอื้อนกันมากจนกลายเป็นความนิยมกันทั่วไปอย่างแพร่หลาย เมื่อมีเพลงไทยสากลทำนองไทยเกิดขึ้น วงการดนตรีไทยจึงมีการแต่งคำร้องของเพลงไทยให้เป็นแบบเนื้อเต็มเช่นเดียวกับเพลงไทยสากล บุคคลแรก ๆ ในวงการดนตรีไทยที่มีผลงานเพลงไทยเนื้อเต็ม คือ ศ.ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๘. เพลงไทย (เพลงไทยเดิม) ที่ขับร้องแบบไทย แต่เรียบเรียงเรียงดนตรีแบบไทยสากล หรือเรียบเรียงแบบดนตรีไทย แต่มีอินโทรและเอ๊าท์โทรแบบไทยสากล การศึกษาวิจัยเพื่อสร้างสารบบเพลงทำนองไทย นอกจากจะผนวกรวมเพลงไทยเนื้อเต็มไว้ด้วยแล้ว ยังจะนำเอาเพลงไทยที่มีการขับร้องแบบไทย แต่มีการเรียบเรียงดนตรีแบบสากลมารวมไว้ด้วย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของเพลงไทย
เงื่อนไขของเพลงที่การวิจัยนี้ศึกษา วิเคราะห์ และจัดเก็บไว้ในสารบบเพลงทำนองไทย คือ
๑. เพลงนั้นต้องมีทำนองส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด ซึ่งนำหรือดัดแปลงมาจากทำนองเพลงไทย โดยนำทำนองมาบางส่วน หรือทั้งหมด ทั้งนี้อาจนำมาใช้ทำนองเดียว หรือมากกว่า หรืออาจนำมาใช้โดยผสมกับทำนองเพลงพื้นบ้านแต่ต้องใช้ทำนองไทยก่อนทำนองเพลงพื้นบ้าน หรือนำมาใช้โดยผสมกับทำนองเพลงไทยสากลเพลงอื่น หรือนำมาใช้โดยผสมกับทำนองแต่งเอง
๒. ทำนองไทยในที่นี้ เป็นทำนองเพลงที่มีชื่ออยู่ในสารานุกรมศัพท์ดนตรีไทยของราชบัณฑิตยสถาน หากมิได้มีชื่ออยู่ในสารานุกรมศัพท์ดนตรีไทยของราชบัณฑิตยสถาน ต้องเป็นเพลงที่ได้รับการยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นเพลงไทย ทั้งนี้ เพลงไทยในที่นี้มิได้หมายความรวมถึงเพลงพื้นบ้าน เว้นแต่เพลงพื้นบ้านนั้นมีการนำมาใช้ในวงการเพลงไทยหรือปรับปรุงเป็นเพลงระบำมาตรฐาน
กรอบการวิจัย
ข้อจำกัดของการวิจัย
๑. ข้อมูลที่จำกัดหรือขาดหาย ทำให้การเข้าถึงเอกสารหรือบันทึกเสียงจากอดีตที่ครบถ้วนอาจเป็นปัญหา โดยเฉพาะเพลงที่หายากหรือไม่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการ ข้อมูลที่ขาดหายอาจทำให้การวิเคราะห์ไม่ครอบคลุมหรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับความนิยมและความสำคัญของเพลงบางชิ้นในอดีต
๒. การแปลความหมายและการวิเคราะห์ทางดนตรีมักจะมีความเป็นอัตนัยสูง ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความรู้สึกส่วนตัว และความชื่นชอบของผู้วิจัย นั่นอาจทำให้เกิดการตีความที่แตกต่างกันในหมู่ผู้วิจัยหรือกับผู้ฟังทั่วไป
๓. การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและสังคมอาจส่งผลต่อการรับรู้และการตีความเพลง ทำให้การวิจัยที่พยายามทำความเข้าใจเพลงในบริบทปัจจุบันอาจมีความท้าทายในการตีความและนำเสนอเพลงในบริบทที่ถูกต้องตามยุคสมัยที่เพลงนั้นถูกสร้างขึ้น
๔. ข้อจำกัดในการเข้าถึงเพลงหรือบันทึกเสียงสำหรับการวิเคราะห์อาจจำกัดการศึกษา ข้อมูลบางอย่างอาจไม่สามารถสืบค้นหาได้จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ และอาจต้องพึ่งพาแหล่งที่มีการจำกัดการเข้าถึงเช่นห้องสมุดเฉพาะทางหรือเครือข่ายส่วนตัว
๕. ความท้าทายในการระบุต้นฉบับ การตรวจสอบและระบุต้นฉบับของเพลงไทยที่ถูกนำมาดัดแปลงอาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากหลาย ๆ เพลงอาจไม่มีการบันทึกหรือระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้การวิเคราะห์ทางดนตรีและการแสดงออกทางวัฒนธรรมของเพลงนั้นยากที่จะทำได้อย่างแม่นยำ
๖. ข้อจำกัดทางเทคนิคและคุณภาพเสียง คุณภาพของการบันทึกเสียงโบราณหรือการบันทึกที่มีคุณภาพไม่ดีอาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการวิเคราะห์คุณภาพเสียงและทำนองเพลงอย่างละเอียด
๗. ความครอบคลุมของข้อมูล การขาดแคลนข้อมูลที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาหรือทุกแนวเพลงในประวัติศาสตร์เพลงไทยอาจส่งผลให้การวิเคราะห์ไม่สมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของวิวัฒนาการดนตรีไทยได้เต็มที่
๘. การขาดมาตรฐานที่ชัดเจนในการวิเคราะห์ทำนองและการจำแนกประเภทเพลงอาจทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอในการตีความผลลัพธ์ ทำให้เกิดความยากลำบากในการเปรียบเทียบผลการวิจัยระหว่างการศึกษาต่างๆ
ข้อสมมติฐานในงานวิจัยครั้งนี้
๑. ทำนองเพลงไทยเดิมมีบทบาทสำคัญในการแรงบันดาลใจให้กับนักแต่งเพลงไทยสากล โดยการใช้เป็นพื้นฐานในการแต่งเพลงใหม่ที่มีลักษณะเป็นสากล
๒. การดัดแปลงทำนองเพลงไทยเดิมในแบบต่าง ๆ เช่น การตัดทำนองมาใช้บางส่วน การนำทำนองมาใช้แบบเต็ม หรือการผสมทำนองมีผลต่อความนิยมและการยอมรับของผู้ฟัง
๓. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเติบโตของอุตสาหกรรมดนตรี มีผลต่อวิธีการสร้างและการรับรู้เพลงทำนองไทยในหมู่คนรุ่นใหม่ รวมถึงการที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำนอง การบันทึก และการแพร่กระจายของเพลง
คำจำกัดความที่ใช้ในการวิจัย
๑. สารบบ (directory) ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา มีความหมายว่า คำบอกเรื่อง บัญชีเรื่อง ในภาษาไทยมักใช้หมายถึง ประมวลเรื่องราวที่ได้รวบรวมไว้
๒. เพลง (หรือ เพลงไทยสากล) หมายถึง เพลงที่ใช้ดนตรีสากลเป็นหลักในการบรรเลง ดำเนินตามแบบเครื่องดนตรีตะวันตก ทั้งกระบวนการสร้างจังหวะ ช่วงทำนอง การบันทึก และเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง ในภายหลังมีพัฒนาการของเพลงไทยสากลที่อาจแตกต่างไปจากนิยามดั้งเดิมอยู่บ้าง เช่น การนำดนตรีไทยมาเล่นผสมกับดนตรีสากล การกำกับจังหวะเพลงโดยใช้แบบแผนของดนตรีไทย ในที่นี้ยังถือว่าอยู่ในนิยามของเพลงไทยสากล เว้นแต่เพลงมีการขับร้องและเรียบเรียงดนตรีแบบไทยเดิมจะไม่นับอยู่ในนิยามของเพลงทำนองไทยในครั้งนี้
๓. ทำนองไทย ในที่นี้หมายถึง ทำนองของเพลงไทยเดิมหรือทำนองไทยอื่น ๆ ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นประเภทเพื่อประโยชน์ของการวิเคราะห์นำเสนอ เป็น ๑๐ ประเภท คือ (๑) เพลงเกร็ด (๒) เพลงเถา (๓) เพลงตับ เพลงเรื่อง และเพลงชุด (๔) เพลงระบำมาตรฐาน (๕) เพลงละครร้อง และละครในรูปแบบต่าง ๆ (๖) เพลงหน้าพาทย์ (๗) เพลงโหมโรง (๘) เพลงออกภาษาในเพลงสิบสองภาษา (๙) เพลงประเภทอื่น ๆ เช่น เพลงท้ายเครื่อง เพลงหางเครื่อง และหมายความรวมถึง (๑๐) ทำนองร้องหรือทำนองขับแบบไทยซึ่งอาจมีหรือไม่มีดนตรีประกอบ เช่น เกริ่น เจรจาโขน ทำนองเสนาะ พากย์โขน มูลเห่ สรภัญญะ เสภา เป็นต้น
๔. สารบบเพลงทำนองไทย หมายถึง ประมวลเรื่องราวของเพลงไทยสากลที่นำทำนองมาจากเพลงไทยเดิม เพลงไทยสากลหมายความรวมไปถึงเพลงไทยเนื้อเต็มและเพลงไทยที่เรียบเรียงดนตรีแบบไทยสากลด้วย โดยกำหนดขอบเขตหัวเรื่องสำคัญของสารบบเพลงทำนองไทยไว้ ตามรายการดังนี้
(๑) ชื่อเพลง ของเพลงที่ใช้ทำนองไทย
(๒) ทำนองไทย ใช้ทำนองเพลงไทยเพลงใดหรือทำนองใด
(๓) การนำทำนองไทยมาใช้ นำทำนองไทยมาใช้ในลักษณะหรือรูปแบบใด เช่น นำทำนองทั้งหมดมาใช้ นำทำนองมาใช้บางส่วน นำทำนองมาใช้แบบผสมกับทำนองใด เป็นต้น
(๔) ผู้แต่งทำนอง คือใคร
(๕) ผู้แต่งคำร้อง คือใคร
(๖) ผู้ขับร้องบันทึกเสียง มีใครบ้าง หากมีหลายคน จะเรียงชื่อนักร้องที่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าเป็นผู้ขับร้องคนแรก (ซึ่งจะเรียกว่า “นักร้องต้นฉบับ”) ไว้ก่อน
(๗) เนื้อร้องของเพลง โดยถอดเนื้อเพลงให้ตรงหรือใกล้เคียงคำร้องของนักร้องต้นฉบับที่ขับร้องบันทึกเสียงครั้งแรก
(๘) ข้อมูลอื่นของเพลง ระบุข้อมูลของเพลงที่มีลักษณะเฉพาะเท่าที่ปรากฏหลักฐานชัดเจน ได้แก่ ความสำเร็จของเพลง เช่น การได้รับรางวัล ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ประเภทของเพลงที่มีความเฉพาะเจาะจงและมีจำนวนไม่มากนัก เช่น เพลงประกอบละคร เพลงประกอบภาพยนตร์ เพลงนักเรียน เพลงลูกเสือ และเพลงยุวกาชาด เพลงไทยเนื้อเต็ม เพลงไทยเรียบเรียงดนตรีแบบไทยสากล ลักษณะของเพลงที่มีความพิเศษเฉพาะ เช่น เพลงร้องแก้เพลงใด เพลงล้อเลียนเพลงใด ชื่อ นามสกุลของผู้เรียบเรียงเสียงประสานเพลงของนักร้องต้นฉบับ ลักษณะการเรียบเรียงเสียงประสาน เช่น เรียบเรียงแบบดนตรีไทย เรียบเรียงแบบสังคีตประยุกต์ตามแบบของสมาน กาญจนะผลิน (ศิลปินแห่งชาติ) ซึ่งให้ดนตรีไทยสลับกันเล่นกับดนตรีสากล เรียบเรียงแบบสังคีตสัมพันธ์ตามแบบของวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งให้ดนตรีไทยเล่นพร้อมกันไปกับดนตรีสากล และข้อมูลอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวแล้วซึ่งเห็นว่ามีความสำคัญ
(๙) ลิงก์เพลง (ถ้ามี) สำหรับให้เปิดลิงก์เพื่อฟังเพลงทั้งเพลงที่มีผู้นำเสนอไว้ในยูทูป หรือเฟซบุ๊ก เพลงใดไม่มีลิงก์เพลง จะจัดทำตัวอย่างเพลง สำหรับให้ทดลองฟังประมาณ ๑ นาที ลิงก์เพลงหรือตัวอย่างเพลงมีเฉพาะในสารบบเพลงทำนองไทยที่เป็นเว็บเพจเท่านั้น
อนึ่ง จะมีข้อมูลย่อของทำนองไทยที่เพลงทำนองไทยนำมาใช้ สำหรับให้สืบค้นทำนองไทยประกอบการศึกษาเพลงทำนองไทยด้วย
๕. การนำทำนองไทยมาใช้ในรูปแบบเต็ม หมายถึง การนำทำนองไทยมาใช้โดยตรง เต็มหรือครบทำนอง ในบางกรณีอาจนำมาใช้ครบทำนองแต่มีการสลับท่อนซึ่งมีไม่ปรากฏมากนัก
๖. การนำทำนองไทยมาใช้ในรูปแบบตัด หมายถึง การนำทำนองไทยมาใช้โดยตรง แต่ตัดทำนองมาใช้บางท่อน บางตอน หรือบางส่วน การนำทำนองไทยมาใช้ในรูปแบบตัดยังมีรูปแบบย่อยอื่น ได้แก่ (๑) รูปแบบตัด-ผสม คือตัดทำนองมาใช้โดยตรง และผสมกับทำนองไทย ทำนองเพลงพื้นบ้าน ทำนองเพลงไทยสากล หรือทำนองที่แต่งขึ้นใหม่ (๒) รูปแบบตัด-แปลง คือตัดทำนองนำมาใช้โดยแปลงทำนอง และ (๓) รูปแบบตัด-แปลง-ผสม คือตัดทำนองนำมาใช้โดยแปลงทำนอง และผสมกับทำนองไทย ทำนองเพลงพื้นบ้าน ทำนองเพลงไทยสากล หรือทำนองที่แต่งขึ้นใหม่
๗. การนำทำนองไทยมาใช้ในรูปแบบแปลง หมายถึง การนำทำนองไทยมาใช้แบบเต็มทำนอง แต่แปลงทำนองไปจากเดิม การนำทำนองไทยมาใช้ในรูปแบบแปลง ยังมีรูปแบบย่อย คือ รูปแบบแปลง-ผสม คือแปลงทำนองไปจากเดิม และผสมกับทำนองไทย ทำนองเพลงพื้นบ้าน ทำนองเพลงไทยสากล หรือทำนองที่แต่งขึ้นใหม่
๘. การนำทำนองไทยมาใช้ในรูปแบบผสม หมายถึง การนำทำนองไทยมาใช้แบบเต็มทำนอง และผสมกับทำนองไทยด้วยกันหรือทำนองอื่น เช่น ทำนองเพลงพื้นบ้าน ทำนองเพลงไทยสากลอื่น หรือทำนองเพลงที่แต่งขึ้นเอง รูปแบบการนำทำนองไทยมาใช้ในลักษณะผสม หากสามารถระบุทำนองที่สองได้ก็จะระบุลงไป หากระบุไม่ได้หรือผสมกับทำนองที่แต่งเอง จะเรียกโดยรวมด้วยทำนองไทยต่อด้วยคำว่า “ผสม” เช่น “ธรณีกันแสงผสม”
๙. การนำทำนองไทยมาใช้ในรูปแบบอื่น หมายถึง การนำทำนองไทยมาใช้ในรูปแบบอื่นที่มิใช่รูปแบบเต็ม ตัด แปลง หรือผสม จำแนกเป็น ๒ กรณี คือ (๑) ร้องด้น และ (๒) แหล่เข้าทำนอง
๑๐. ร้องด้น การร้องด้นเป็นการขับร้องอย่างรวบรัด ใช้ในการเล่าเรื่องโดยลัดให้เร็วขึ้น จึงต้องขับร้องในจังหวะสองไม้ เรียกว่า “ด้นสองไม้” การร้องด้นจะร้องไปกี่คำกลอนก็ได้ตามความต้องการ แต่สุดท้ายจะต้องขับร้องกลับเข้าทำนองเดิม เพื่อลงจบส่งให้เครื่องรับตามระเบียบแบบแผนของเพลงไทยทั่วไป เพลงที่จะใช้ร้องด้นนิยมใช้เพลงแขกลพบุรี และเพลงกระบอก ซึ่งเป็นเพลงจังหวะสองไม้ แต่ก็ยังมีเพลงพิเศษที่แต่งไว้ให้ร้องด้น เช่น พระอาทิตย์ชิงดวง แมลงภู่ทอง (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๕: ๖๙)
๑๑. แหล่เข้าทำนอง เป็นการขับร้องเพลงโดยใช้ทำนองเพลงแหล่ ซึ่งเป็นทำนองเพลงพื้นบ้านภาคกลาง แต่นำเอาทำนองเพลงไทยมาบรรเลงคลอเป็นดนตรีพื้นหลังที่เข้ากันได้อย่างพอดีทั้งจังหวะและทำนอง นับเป็นรูปแบบการนำทำนองไทยมาใช้ในลักษณะพิเศษที่ค้นพบและนำเสนอในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ซึ่งพบในเพลงแหล่ของพร ภิรมย์ ส่วนหนึ่ง และเพลงของวงการะเกดบางเพลงเท่านั้น
๑๒. ทางร้อง ปกติเพลงทำนองไทยส่วนใหญ่ มักนำเอาทางดนตรีของทำนองไทยมาใช้เป็นทำนองของเพลง แต่มีอยู่ในบางกรณีไม่มากนัก ที่นำเอาทางร้องของทำนองไทยมาใช้เป็นทำนองของเพลง ในกรณีที่เพลงนำเอาทำนองร้องมาใช้ จะระบุรูปแบบหรือลักษณะการนำทำนองไทยมาใช้ โดยระบุชื่อทำนองไทยต่อด้วย “ทางร้อง” เช่น กราวนอกทางร้อง นาคราชชั้นเดียวทางร้อง เป็นต้น
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. เพลงทำนองไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติที่เกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานของคนไทย ในรูปแบบและวิธีการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันกับดนตรีสากลของนานาอารยประเทศ จึงถือได้ว่าเพลงทำนองไทยเป็นสมบัติของชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตนเอง สามารถสื่อให้เห็นถึงสภาพสังคมและวัฒนธรรมของชาติได้อย่างดียิ่ง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนในชาติที่มีความตั้งใจในการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมบันเทิงให้คนรุ่นหลังได้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เพลงทำนองไทยจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมของชาติในด้านดนตรีวิทยา
๒. สารบบเพลงทำนองไทยที่ศึกษาวิจัยและพัฒนาขึ้น จะเป็นฐานข้อมูลหรือเป็นเสมือนสารานุกรมเพลงทำนองไทยที่ครอบคลุมส่วนใหญ่ของเพลงทำนองไทยที่มีมาทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิวัฒนาการของเพลงไทยสากล เป็นพื้นฐานของการศึกษาวิจัยเรื่องราวของเพลงทำนองไทยในเชิงลึก และมีความจำเพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์การดัดแปลงทำนองเพลงไทยเป็นเพลงไทยสากลของนักแต่งเพลง เป็นต้น ทั้งยังเป็นพื้นฐานหรือแนวทางให้มีการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างฐานข้อมูลเพลงไทยสากลทำนองเพลงพื้นบ้านของไทยซึ่งมีเป็นจำนวนมากนับพันเพลงต่อไปในอนาคตด้วย
๓. สารบบเพลงทำนองไทยเป็นองค์ความรู้ทางวิชาการดนตรีที่สามารถนำมาใช้ศึกษาได้ในแง่มุมต่าง ๆ ทางดนตรีได้ ผู้ที่ศึกษาและเข้าใจในองค์ความรู้สามารถนำไปพัฒนาเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ดนตรีด้านอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย นอกจากนี้ยังสามารถนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาดนตรีและบริบททางสังคมวัฒนธรรมของกลุ่มชนหรือชาติอื่น ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อวิชาการด้านดนตรี
๔. สารบบเพลงทำนองไทยจะช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า ซึ่งจะก่อให้เกิดความสนใจในเพลงไทยอันเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติมากขึ้น