ความเป็นมาของเพลงทำนองไทย
ความเป็นมาของเพลงทำนองไทย
โครงการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำสารบบเพลงทำนองไทยในครั้งนี้ ผู้วิจัยมุ่งศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีต่าง ๆ จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเพลงไทยและเพลงไทยสากล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งมีรายละเอียดตามลำดับ ดังนี้
สารบบเพลงทำนองไทย
สารบบ (directory) ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา มีความหมายว่า คำบอกเรื่อง บัญชีเรื่อง ในภาษาไทยมักใช้หมายถึง ประมวลเรื่องราวที่ได้รวบรวมไว้
สารบบเพลงทำนองไทย ในที่นี้จึงหมายถึง ประมวลเรื่องราวของเพลงไทยสากลที่นำทำนองมาจากเพลงไทยเดิม โดยกำหนดขอบเขตหัวเรื่องสำคัญของสารบบเพลงทำนองไทยที่กำหนดไว้ ได้แก่ชื่อของเพลง ใช้ทำนองเพลงไทยเพลงใด นำทำนองมาใช้ในรูปแบบ ผู้แต่งทำนองคือใคร ผู้แต่งคำร้องคือใคร ผู้ขับร้องบันทึกเสียงคือใคร เนื้อร้องของเพลง ข้อมูลอื่นของเพลง เช่น เป็นเพลงอยู่ในขอบข่ายของการศึกษาวิจัยในประเภทใด เพลงมีประวัติความเป็นมาหรือไม่ การได้รับรางวัล ภูมิหลังของเพลงที่มีข้อมูลน่าสนใจ เป็นต้น ตัวอย่างเพลงหรือลิงค์เพลงสำหรับให้ฟังเพลงได้ในสารบบเพลงทำนองไทยที่เป็นเว็บเพจ
เพลงทำนองไทย
เพลงทำนองไทยเป็นคำที่กำหนดขึ้นเพื่อการวิจัยครั้งนี้ ย่อหรือตัดความมาจาก “เพลงไทยสากลที่นำทำนองมาจากเพลงไทยเดิม” ในที่นี้จะอธิบายขยายความคำหลักที่ใช้ คือ เพลงไทย ทำนองเพลงไทย และเพลงไทยสากล
เพลงไทย (หรือเพลงไทยเดิม)
เพลงไทยเดิม ต่อไปนี้จะเรียกว่า “เพลงไทย” (Thai Classical Song หรือ Thai Traditional Song) เป็นเพลงดนตรีของชนชาติไทยอันเป็นศิลปวัฒนธรรมประจำชาติไทยที่สืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
องค์ประกอบทางดนตรีของเพลงไทยก็เหมือนกับเพลงสากลอื่น ๆ คือ มีหลักใหญ่ ๕ ประการ ได้แก่ จังหวะ (Beat) ทำนองเพลง (Melody) พื้นผิว (Texture) คุณภาพทางดนตรี (Tone Colour) และคีตลักษณ์ (Form) (สงัด ภูเขาทอง. ๒๕๓๒ : ๒๗) องค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการตั้งชื่อเพลงไทยได้แก่ ทำนอง และจังหวะ
ทำนอง หรือทำนองเพลง เกิดจากการประพันธ์เพื่อการขับร้องและการบรรเลงดนตรี มีระดับเสียงสูงต่ำ สั้นยาว หนักเบา จัดเข้าระเบียบ มีประโยค วรรคตอน สัมผัส และจังหวะ ผสมผสานกลมกลืน ก่อให้เกิดความไพเราะ และเกิดจินตนาการตามความประสงค์ของผู้ประพันธ์ (สารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย ภาคคีตะ-ดุริยางค์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. ๒๕๔๕ : ๘๕-๘๖) ทำนองเพลงมีความสัมพันธ์กับการเรียกชื่อเพลงไทย เช่น “เขมรไทรโยค” คือเพลงไทยทำนองเขมรไทรโยค “นกจาก” คือเพลงไทยทำนองนกจาก “นาคราช” ก็คือเพลงไทยทำนองนาคราช ชื่อของเพลงไทยบางเพลงบ่งบอกถึงเชื้อชาติหรือภาษาของชนชาติต่าง ๆ นิยมเรียกเพลงแบบนี้ว่า “เพลงภาษา”
เพลงภาษาเป็นเพลงไทยที่มีสำเนียงของชนชาติอื่น เพลงภาษาหรือเพลงออกภาษาเป็นเพลงที่ออกสำเนียงภาษาในเพลงนั้น ๆ เช่น เขมรไทรโยค ๓ ชั้น พม่าแปลง ๒ ชั้น ลาวเฉียง ๒ ชั้น (สารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย ภาคคีตะ-ดุริยางค์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. ๒๕๔๕ : ๑๑๑) คำแสดงภาษาเช่น เขมร พม่า ลาว บ่งบอกถึงว่าเพลงนั้นเป็นเพลงภาษาชนชาติใด อย่างไรก็ดี เพลงไทยบางเพลงมีสำเนียงภาษาของชนชาติอื่นอยู่แต่มิได้ตั้งชื่อโดยใช้ถ้อยคำที่แสดงภาษานั้น เช่น สุดสงวน เป็นเพลงออกภาษามอญ (สารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย ภาคประวัติเพลงเกร็ดและเพลงละครร้อง ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. ๒๕๕๐ : ๖๔-๖๕)
จังหวะ เป็นการใช้อัตราส่วนของเวลาเป็นเครื่องแบ่งทำนองเพลงให้เป็นส่วนย่อย ทุก ๆ ส่วนย่อยหรือจังหวะนี้จะต้องมีระยะเท่ากันและดำเนินไปด้วยเวลาอันสม่ำเสมอ จังหวะของดนตรีไทยมีจังหวะพื้นฐาน จังหวะฉิ่งและจังหวะหน้าทับ (สารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย ภาคคีตะ-ดุริยางค์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. ๒๕๔๕ : ๕๒) จังหวะฉิ่งมีความสัมพันธ์กับการเรียกชื่อเพลงไทย เช่น เพลงเขมรไทรโยค ๓ ชั้น หมายถึงเพลงเขมรไทรโยคมีอัตราจังหวะ (ฉิ่ง) ๓ ชั้น เพลงนกจาก ๒ ชั้น หมายถึง เพลงนกจากมีอัตราจังหวะ (ฉิ่ง) ๒ ชั้น เพลงนาคราชชั้นเดียว หมายถึงเพลงนาคราชมีอัตราจังหวะ (ฉิ่ง) ชั้นเดียว
ทำนองเพลงไทย
ทำนองเพลงไทย ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ทำนองไทย” หมายถึงทำนองของเพลงไทยที่นำมาเป็นทำนองของเพลงไทยสากล โดยอาจนำมาทั้งหมด ตัดมาบางส่วน นำมาตรง ๆ หรือดัดแปลง หรือนำมาผสมกับทำนองอื่น ทั้งที่เป็นทำนองไทยด้วยกัน หรือทำนองอื่น
ในที่นี้ ทำนองไทยมิได้หมายความรวมถึงทำนองเพลงพื้นบ้านที่นำมาเป็นทำนองของเพลงไทยสากล แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีทำนองเพลงพื้นบ้านที่นำมาอยู่ในนิยามของทำนองไทยด้วย หากเพลงพื้นบ้านนั้นมีการดัดแปลงหรือปรับปรุงอย่างเป็นทางการให้เป็นเพลงมาตรฐานในระดับชาติ เช่น เพลงเส่เหล่เมา เป็นเพลงพื้นบ้านของภาคเหนือ แต่ได้มีการปรับปรุงให้เป็นบทเพลงประกอบฟ้อนเงี้ยวซึ่งเป็นระบำมาตรฐาน จึงนับเพลงเส่เหล่เมาอยู่ในนิยามของเพลงไทยด้วย
ทำนองไทยในงานวิจัยนี้ ยึดถือบทเพลงที่ปรากฏอยู่ในสารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งประกอบด้วยบทเพลงในเพลงตับ เพลงหน้าพาทย์ เพลงโหมโรง เพลงเถา เพลงเกร็ด และเพลงละครร้อง อย่างไรก็ตาม ยังมีเพลงที่ไม่ปรากฏชื่ออยู่ในสารานุกรมดังกล่าว แต่เพลงเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย หรือได้รับการยอมรับว่าเป็นเพลงไทยรวมอยู่ด้วย เช่น เพลงดาวทอง (หรือโศกพม่า) เพลงประกอบระบำมาตรฐาน เช่น ม่านมงคล ม่านมุ้ยเซียงตา ม่านโอลา รวมทั้งเพลงรำวงมาตรฐาน เช่น งามแสงเดือน บูชานักรบ เป็นต้น
เพลงไทยสากล
เพลงไทยสากลตามความหมายที่ จำนง รังสิกุล ได้นิยามไว้ คือ เพลงที่ใช้ดนตรีสากลเป็นหลักในการบรรเลง ดำเนินตามแบบดนตรีตะวันตก ทั้งกระบวนการสร้างจังหวะ ท่วงทำนองการบันทึก และเครื่องดนตรี ที่ใช้บรรเลง (“เพลงไทยสากล” : การผสมผสานทางวัฒนธรรม. ๒๕๕๓ : ออนไลน์)
ในระยะแรก ๆ ที่เริ่มมีเพลงไทยสากลขึ้น ยังมิได้เรียกชื่อว่า “เพลงไทยสากล” เหมือนอย่างในปัจจุบัน เพราะคำเรียกเพลงไทยสากลให้แตกต่างออกไปจากเพลงไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิม ซึ่งก็คือเพลงไทย หรือเพลงไทยเดิม เกิดขึ้นระหว่างช่วง พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๒ ในยุคที่รัฐมีนโยบายพัฒนาวัฒนธรรมให้ทัดเทียมอารยประเทศ (ภัทรวีร์ เทียนชัยอนันต์. ๒๕๖๒ : ๖๙)
เมื่อคนไทยรู้จักเครื่องดนตรีและเพลงดนตรีสากลมากเข้า จึงเริ่มมีการแต่งเพลงไทยสากลขึ้น โดยในระยะแรกมีการนำเอาทำนองเพลงไทยมาเรียบเรียงเป็นแบบสากล หรือเอาทำนองเพลงไทยมาปรับแต่งเป็นทำนองแบบสากล หลังจากนั้น ถึงได้มีการแต่งเพลงไทยแบบสากลโดยมิได้อ้างอิงทำนองมาจากเพลงไทย
การที่เพลงไทยแบบสากลในระยะแรก ๆ ยังเกี่ยวข้องอยู่กับเพลงไทยอยู่มาก เนื่องจากทั้งผู้แต่งเพลงและผู้ฟังคุ้นเคยกับเพลงไทยที่อยู่กับสังคมไทยมายาวนาน การแต่งเพลงไทยสากลจึงนิยมนำทำนองของเพลงไทยมาเรียบเรียงเป็นทางสากล เนื้อร้องก็แต่งเป็นคำประพันธ์มาตรฐานที่นิยมใช้ในเพลงไทย คือกลอนแปดหรือกลอนสุภาพ แต่ก็ปรับการร้องโดยตัดเสียงเอื้อนออก หรือแปลงเอื้อนเป็นถ้อยคำสำหรับร้อง ต่อมาก็พัฒนาการแต่งเนื้อร้องขึ้นโดยเฉพาะให้เหมาะสมกับทำนองเพลงโดยไม่มีเสียงเอื้อนอีกต่อไป
เพลงไทยสากลที่อยู่ในขอบข่ายของการศึกษาวิจัยเพื่อการจัดทำสารบบเพลงทำนองไทย แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
๑. เพลงไทยสากลที่มีเฉพาะทำนอง เป็นเพลงที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้ทรงริเริ่มนิพนธ์เพลงไทยแบบสากลขึ้น โดยวิธีการดัดแปลงทำนองเพลงไทย ให้เป็นแบบสากล และเรียบเรียงเสียงประสานตามแบบเพลงสากล เริ่มต้นจากเพลงที่จำเป็นต้องใช้ในพิธีกรรม ต่าง ๆ สำหรับกองทัพ เช่น เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชัย จากเพลงไทยชื่อเดียวกัน เพลงสรรเสริญเสือป่าจากเพลงบุหลันลอยเลื่อน เพลงสุดเสนาะจากเพลงแสนเสนาะ เพลงวอลตซ์เมขลาจากเพลงหกบท เพลงสาครลั่นจากเพลงอกทะเล ๒ ชั้นหรือเพลงทะเลบ้า เพลงพระยาโศกจากเพลงพญาโศก ๒ ชั้น และเพลงนางครวญทางฝรั่งจากเพลงนางครวญเถา อย่างไรก็ดีเพลงไทยสากลของสมเด็จฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตมีเฉพาะทำนอง โดยยังไม่มีคำร้อง (ภัทรวีร์ เทียนชัยอนันต์. ๒๕๖๒: ๗๘-๗๙)
๒. เพลงไทยสากลประกอบละครร้องหรือละครในรูปแบบต่าง ๆ เพลงประกอบละครร้องในยุคแรกนั้นมักนำเอาทำนองเพลงไทยอัตราจังหวะ ๒ ชั้นหรือชั้นเดียว มาใส่เนื้อร้องเต็ม ไม่มีเอื้อน หรือเอื้อนน้อย มีการแต่งเพลงไทยประเภทเพลงละครร้องใหม่ ๆ เกิดขึ้นโดยไม่มีเอื้อน หรือเอื้อนน้อย ใช้วงดนตรีไทยบรรเลงประกอบการขับร้องเพลง ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นยุคปฏิรูปละครร้องหรือละครเพลง มีการเปลี่ยนแปลงเพลงละครร้องโดยเปลี่ยนจากการใช้ดนตรีไทยบรรเลงประกอบการขับร้องเป็นดนตรีสากล พร้อมทั้งมีการแต่งเพลงละครร้องขึ้นใหม่ตามแบบสากลอีกมากมาย พรานบูรพ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา) ผู้ก่อตั้งคณะละครจันทรโรภาส และผู้ประพันธ์บทประพันธ์เพลงละครให้กับคณะแม่เลื่อน เป็นผู้มีผลงานการแต่งเพลงไทยสากลทั้งที่มาจากเพลงไทย และที่แต่งขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก จนได้รับการยกย่องเป็นปรมาจารย์ของเพลงไทยสากล (“เพลงไทยสากล”: การผสมผสานทางวัฒนธรรม. ๒๕๕๓ : ออนไลน์) ผลงานการประพันธ์เพลงไทยแบบสากลในละครร้องของพรานบูรพ์นั้น มีทั้งแบบนำทำนองจากเพลงไทยแท้ของเก่านำมาตัดทอนให้สั้นลง หรือนำมาเปลี่ยนแปลงวิธีการขับร้องเสียใหม่ คือ ร้องเป็นเนื้อเต็มโดยตัดเอื้อนยาวออกไปทั้งหมด ใช้วิธีเอื้อนสั้น ๆ โดยใช้เสียงจากลูกคอเท่านั้น เช่น เพลงลาวดวงเดือน ลาวเจริญศรี ลาวคำหอม และเมื่อเป็นเพลงที่ตัดแล้ว ก็จะมีคำว่า “ตัด” ต่อท้ายชื่อเพลง เช่น สร้อยสนตัด ทะแยตัด เป็นต้น ส่วนเพลงที่นำมาแปลงให้เปลี่ยนออกไปก็ใช้คำว่า “แปลง” ต่อท้ายชื่อเพลง เช่น สุรินทร์แปลง ดัดแปลงมาจากเพลงสุรินทราหู เป็นต้น (สันติเทพ ศิลปบรรเลง. ๒๕๔๑ : ๖๐) ในยุคเดียวกับพรานบูรพ์ยังมีคณะละครร้องที่ได้รับความนิยมอีกหลายคณะ ซึ่งมีผลงานการแต่งเพลงละครร้องไว้จำนวนมากพอสมควร เช่น แม่แก้ว (ประวัติ โคจาริก) เพ็ชรรัตน์ (สมประสงค์ รัตนทัศนีย์) เป็นต้น ในยุคหลังพรานบูรพ์ ยังมีความนิยมนำเอาทำนองเพลงไทยมาเรียบเรียงเป็นเพลงไทยสากลประกอบละคร เพลงละครเวทีที่ยังเป็นที่รู้จักกันดี ตัวอย่างเช่น เพลง “น้ำตาแสงไต้” ทำนองเขมรไทรโยค-ลาวครวญ ประกอบละครเวทีเรื่องพันท้ายนรสิงห์ ของคณะศิวารมณ์ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ เพลงเดือนต่ำดาวตก ทำนองพม่าแปลง ประกอบละครเวทีเรื่องดรรชนีนางของอิงอร ในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เป็นต้น
๓. เพลงไทยสากลประกอบภาพยนตร์ ใน พ.ศ. ๒๔๗๐ เริ่มมีภาพยนตร์เงียบสร้างโดยคนไทยออกฉาย ต่อมา พ.ศ. ๒๔๗๕ บริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุงสร้างภาพยนตร์เสียงในฟิล์มเรื่องแรกออกฉาย โดยบรรจุเพลงไทยแบบสากลลงไปในภาพยนตร์ด้วย ภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “หลงทาง” มีเพลงประกอบที่แต่งขึ้นหลายเพลง โดยใช้เพลงไทยที่ดัดแปลงเป็นเพลงไทยสากล เช่น เพลงขึ้นพลับพลา บัวบังใบ เป็นต้น จัดเป็นเพลงไทยแบบสากลยุคแรก ๆ ที่ใช้ทำนองเพลงไทยซึ่งยังเป็นที่รู้จักกันอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยเนื้อร้องของเพลงยังใช้กลอนแปด (สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๒๕๖๓ : ออนไลน์) ต่อมาบริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุงยังสร้างภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง ทำให้เกิดเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งเป็นเพลงไทยแบบสากลขึ้นอีกหลายเพลง ในระยะแรกยังคงเป็นเพลงที่นำทำนองมาจากเพลงไทยอยู่ เช่น เพลงลาทีกล้วยไม้ ทำนองมอญกละ เป็นเพลงแรกสุดที่บรรจุเนื้อร้องเต็มทำนอง เหมือนกับเป็นเพลงไทยเนื้อเต็ม ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องปู่โสมเฝ้าทรัพย์ พ.ศ. ๒๔๗๖ (คน ฝั่งธน. ๒๕๖๔ : ออนไลน์) ต่อมามีเพลงมอญกล่อมวัง ทำนองมอญกละอีกทำนองหนึ่ง ประกอบภาพยนตร์เรื่องพญาน้อยชมตลาด พ.ศ. ๒๔๗๘ ในยุคหลัง มีเพลงประกอบภาพยนตร์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ที่ใช้ทำนองไทยและเป็นเพลงดัง เช่น เพลงจนจริงไม่จนรัก ทำนองต้อยตริ่ง ประกอบภาพยนตร์สวรรค์มืด พ.ศ. ๒๕๐๑ เพลงยอยศพระลอ ทำนองเกริ่นแปลง-ลาวกระทบไม้ ประกอบภาพยนตร์เรื่องพระลอ พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นต้น (พร่างเพชรในเกร็ดเพลง. ๒๕๖๒ : ออนไลน์)
๔. เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงโฆษณาเมื่อแรกเกิดเพลงไทยสากลขึ้นนั้น ยังไม่มีการแบ่งแยกเพลงไทยสากลออกเป็นประเภทต่าง ๆ จนกระทั่งมีการแบ่งแยกประเภทของเพลงไทยสากลอย่างไม่เป็นทางการขึ้น โดยเรียกเพลงที่สุเทพ วงศ์กำแหง ชรินทร์ นันทนาคร สวลี ผกาพันธุ์ ขับร้อง ว่าเป็นเพลงผู้ดี และเรียกเพลงที่คำรณ สัมบุณณานนท์ สมยศ ทัศนพันธ์ ขับร้อง ว่าเป็นเพลงตลาด หรือเพลงชีวิต (สมบัติ กิ่งกาญจนวงศ์. ๒๕๓๔ : ๕๑)
พ.ศ. ๒๕๐๗ ประกอบ ไชยพิพัฒน์ จัดรายการเพลงทางสถานีไทยโทรทัศน์ใช้ชื่อว่า “เพลงลูกทุ่ง” ซึ่งได้รับความนิยมมาก ทำให้เกิดการแบ่งประเภทเพลงไทยสากลอย่างเป็นทางการเป็นเพลงลูกกรุงกับเพลงลูกทุ่ง ต่อมามีการจัดงานแผ่นเสียงทองคำพระราชทานขึ้น มีการมอบรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ทั้งประเภทเพลงลูกกรุงและเพลงลูกทุ่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๙ (จินตนา ดำรงค์เลิศ. ๒๕๓๑ : ๕๗)
เพลงลูกกรุงในระยะแรกนิยมนำเอาทำนองไทยมาเรียบเรียงเป็นทำนองเพลงไทยสากล โดยผู้แต่งทำนองเพลงที่มีพื้นฐานทางดนตรีไทย เช่น เวส สุนทรจามร เอื้อ สุนทรสนาน ไสล ไกรเลิศ สมาน กาญจนะผลิน (ศิลปินแห่งชาติ) สง่า อารัมภีร (ศิลปินแห่งชาติ) ๒ ท่านแรกสังกัดวงดนตรีกรมโฆษณาการ (หรือวงกรมประชาสัมพันธ์ หรือวงสุนทราภรณ์) สำหรับ ๓ ท่านหลัง เป็นผู้นำในการเรียบเรียงเพลงทำนองไทยเป็นแบบอย่างให้นักแต่งเพลงทำนองไทยรุ่นต่อ ๆ มา
สำหรับเพลงลูกทุ่ง มีความนิยมนำเอาเพลงพื้นบ้านมาเป็นทำนองเพลงลูกทุ่งก่อน นำโดยไพบูลย์ บุตรขัน บุญสม มีสมวงษ์ (พร ภิรมย์ หรือท่านปุญญวังโสภิกขุ) จิ๋ว พิจิตร และสมเศียร พานทอง (หรือชาย เมืองสิงห์ ศิลปินแห่งชาติ) ต่อจากนั้นจึงนิยมนำเอาเพลงไทยมาปรับทำนองเป็นเพลงลูกทุ่งเช่นเดียวกับเพลงลูกกรุง สำหรับท่านที่มีผลงานเพลงลูกทุ่งทำนองไทยจำนวนมาก ได้แก่ นาวาตรีพยงค์ มุกดา (ศิลปินแห่งชาติ) วิเชียร คำเจริญ (หรือ ลพ บุรีรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ) ชลธี ธารทอง (ศิลปินแห่งชาติ) และจิ๋ว พิจิตร (นามแฝงของ ดิเรก เกศรีระคุปต์) เป็นต้น
ในยุคที่เพลงลูกทุ่งได้รับความนิยมมาก มีการแต่งเพลงลูกทุ่งเป็นเพลงโฆษณาสินค้า เช่น เพลงโฆษณาแป้งน้ำสมใจนึก มีการใช้เพลงลูกทุ่งโฆษณาภาพยนตร์ที่ออกฉาย เป็นต้น
๕. เพลงเด็ก เพลงนักเรียน เพลงลูกเสือ เพลงยุวกาชาด เพลงสถาบัน และเพลงพิธีการต่าง ๆ เพลงเด็กมักเป็นเพลงกล่อมเด็กที่ส่วนหนึ่งมาจากทำนองไทย ส่วนเพลงสำหรับนักเรียนในวงการศึกษามีการคัดเลือกเพลงไทยมาให้นักเรียนขับร้องตามระดับชั้นมานานแล้ว เช่น เพลงดอกสร้อยสุภาษิต ต่อมามีการแต่งเพลงไทยเนื้อเต็มให้นักเรียนขับร้อง ผ่านทางรายการวิทยุโรงเรียน หรือบรรจุเพลงไว้ในหลักสูตร ตัวอย่างเพลงนักเรียนที่เป็นอมตะ เช่นเพลงช้าง ทำนองพม่าเขว ของคุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง (ศิลปินแห่งชาติ) เป็นต้น สำหรับเพลงลูกเสือเป็นเพลงไทยที่คัดเลือกหรือแต่งให้ลูกเสือและผู้บังคับบัญชาลูกเสือร้องหรือใช้ในพิธีการทางลูกเสือ เช่น เพลงราชสดุดี ทำนองเทพทองชั้นเดียว เพลงลูกเสือธีรราช ทำนองโยสลัม เป็นต้น เพลงยุวกาชาดเป็นเพลงในการฝึกอบรมและใช้ในพิธีการของยุวกาชาดเช่นเดียวกันกับเพลงลูกเสือ เพลงสถาบันเป็นเพลงประจำสถาบันการศึกษาทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษามีไว้ให้นักเรียน นักศึกษาขับร้อง สำหรับเพลงพิธีการเป็นเพลงใช้ในพิธีการหรือกิจกรรมต่าง ๆ เป็นการทั่วไป เช่น เพลงมหาฤกษ์ สำหรับบรรเลงรับประธาน เพลงพม่าเดินหรือพม่าประเทศสำหรับเทียบเวลาเคารพเวลาธงชาติ เพลงกราวกีฬาสำหรับการเดินแถวแข่งขันกีฬา เป็นต้น
๖. เพลงสมัยนิยม ในปัจจุบัน แม้เพลงไทยสากล โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่งเปลี่ยนแนวไปจากเดิม เป็นแนวเพลงสมัยใหม่ เช่น แนวเพลงป๊อป ร็อก แร็พ แต่ก็ยังคงมีเพลงทำนองไทยออกมาบ้าง เช่น อัลบั้มร็อกมโหรี ของวงทรงไทยและวงอื่น ๆ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ มีเพลงร็อกทำนองไทยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของเพลงทั้งอัลบั้ม (I LIKE OLD MUSIC. ๒๕๕๖ : ออนไลน์) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๕ มีเพลงฉันรักเพลงลูกทุ่ง ทำนองลาวดำเนินทราย ขับร้องโดยไรอัล กาจบัณฑิต แม้ว่าแนวการเรียบเรียงเพลงจะยังคงเหมือนเพลงทำนองไทยทั่วไป แต่ก็มีการนำเสนอเพลงในรูปแบบใหม่ผ่านสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากโดยมียอดเข้าดูในยูทูปกว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ วิว (Yoongkao Record. ๒๕๖๕ : ออนไลน์)
๗. เพลงไทยเนื้อเต็มและเพลงไทยที่มีการเรียบเรียงดนตรีแบบสากล เพลงไทยเนื้อเต็มเป็นเพลงที่เรียบเรียงดนตรีในรูปแบบของเพลงไทย แต่ใช้เนื้อร้องแบบเนื้อเต็มหรือเกือบเต็มทำนอง เพลงไทยเนื้อเต็มเป็นความริเริ่มของวงการดนตรีไทยที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นที่นิยมหลังจากที่มีเพลงไทยสากลทำนองไทยเกิดขึ้นแล้ว บุคคลแรก ๆ ในวงการดนตรีไทยที่มีผลงานเพลงไทยเนื้อเต็ม เช่น ศ.ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ เป็นต้น (ธวัฒน์ชัย ศรีสังข์. ๒๕๖๓ : ๒) การศึกษาวิจัยเพื่อสร้างสารบบเพลงทำนองไทย นอกจากจะผนวกรวมเพลงไทยเนื้อเต็มไว้ด้วยแล้ว ยังจะนำเอาเพลงไทยที่มีการขับร้องแบบไทย แต่มีการเรียบเรียงดนตรีแบบสากล หรือเรียบเรียงแบบดนตรีไทยแต่มีอินโทรและเอ๊าท์โทรแบบไทยสากลมารวมไว้ด้วย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของเพลงไทย